แฟลชไดรฟ์ข้อมูลหาย

 

หลายคนคงจะเคยเจอปัญหา “แฟลชไดรฟ์ข้อมูลหาย” กันมาบ้างแล้วนะครับ เป็นปัญหายอดฮิตของนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานก็ว่าได้ มาดูกันว่าปัญหานี้มีสาเหตุมาจากอะไร และจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

แฟลชไดรฟ์ข้อมูลหาย

สาเหตุที่ทำให้แฟลชไดรฟ์ข้อมูลหาย

แฟลชไดรฟ์ (flash drive) ข้อมูลหาย เกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

1.  ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ติดไวรัสซ่อนไฟล์

เลยทำให้ข้อมูลไม่แสดงให้เห็นเมื่อเปิดแฟลชไดรฟ์ ผู้ใช้เลยคิดว่าข้อมูลหายไป ทั้งที่ข้อมูลไม่ได้หาย เพียงแต่ถูกซ่อนอยู่

2.  ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ติดไวรัสเลยโดนลบด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัส

คือเมื่อนำแฟลชไดรฟ์มาเสียบที่คอมพิวเตอร์ แอนตี้ไวรัสบางตัวเลยลบข้อมูลหรือไฟล์ที่ติดไวรัสออกจากแฟลชไดรฟ์อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้เลยคิดว่าข้อมูลหาย แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจัดการลบไฟล์ไปนั่นเอง

วิธีแก้ไขปัญหาแฟลชไดรฟ์ข้อมูลหายจากไวรัสซ่อนไฟล์

ไวรัสซ่อนไฟล์เป็นไวรัสที่จะเปลี่ยนแปลงค่า Attributes ของไฟล์ให้กลายเป็นสถานะ hidden คือซ่อนไฟล์เอาไว้ จากนั้นจึงจะไปเปลี่ยนการตั้งค่าใน Folder Options ให้ทำการซ่อนไฟล์ ทำให้ไฟล์ที่ติดไวรัสเหล่านี้มองไม่เห็นโดยผู้ใช้ จนคิดว่าข้อมูลหายไป

กรณีนี้เราจะต้องทำการตั้งค่ายกเลิกการซ่อนไฟล์ก่อน เพื่อให้สามารถมองเห็นไฟล์ได้ ดังนี้

1.  ไปที่ Control Panel >> Folder Options >> ไปที่ tab View >> เลือก Show hidden files, folders, and drives >> กด Apply >> กด OK

folder options

 

สำหรับวิธีโชว์ hidden file แบบอื่นๆ ดูได้ที่นี่ 

เมื่อเปิดดูในแฟลชไดรฟ์อีกครั้งจะพบว่าข้อมูลถูกแสดงออกมาให้เห็นแล้ว เพียงแต่ว่าไฟล์ต่างๆ นั้น จะเป็นสีจางๆ คือ Attributes อยู่ในสถานะ hidden อยู่นั่นเอง จำเป็นต้องแก้ไขค่า Attributes ให้กลับมาเป็นปกติดังนี้

2.  ไปที่ Start >> ในช่อง Search พิมพ์ cmd >> กด Enter เพื่อเปิด Command Prompt

3.  พิมพ์ชื่อไดรฟ์ของตัวแฟลชไดรฟ์ที่จะแก้ไขค่า Attributes เช่น หากแฟลชไดรฟ์เป็นไดรฟ์ G: ก็ให้พิมพ์ดังนี้

พิมพ์ G: >> กด Enter

4.  พิมพ์คำสั่งแก้ไข Attributes ในไดรฟ์ F: ทุกไฟล์ดังนี้

พิมพ์  attrib *.* -s -h /s /d >> กด Enter

แก้ไข attributes ไฟล์

 

แค่นี้ข้อมูลก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

วิธีแก้ไขปัญหาแฟลชไดรฟ์ข้อมูลหายจากแอนตี้ไวรัสลบข้อมูล

1.  หากต้องการจะใช้ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ จะต้องไปเซฟข้อมูลมาใส่แฟลชไดรฟ์ใหม่

2.  ก่อนจะเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าคอมพิวเตอร์ ให้ปิดการทำงานของแอนตี้ไวรัสบนเครื่องก่อน ซึ่งวิธีปิดก็ให้ไป Disable Real-Time Protection ของแอนตี้ไวรัสก่อน เมื่อปิดการทำงานตรงนี้แล้ว จึงค่อยเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าคอมพิวเตอร์ จะเห็นว่าข้อมูลหรือไฟล์จะไม่ถูกลบอีก

เมื่อใช้งานไฟล์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควร format แฟลชไดรฟ์ และทำการสแกนไวรัสที่เครื่องต้นทางที่นำไวรัสมาติดแฟลชไดรฟ์ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาแฟลชไดรฟ์ติดไวรัส และทำให้ข้อมูลหายอีก

หวังว่าบทความ “แฟลชไดรฟ์ข้อมูลหาย” จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้นะครับ พบกันใหม่ในบทความหน้า เร็วๆ นี้ครับ ^-^